บทเรียนจากการสนทนากับ Tareef Jafferi, ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Happily.ai
เรามักพูดถึง High Performace ในแง่ของระบบ กรอบการทำงาน หรือเครื่องมือต่างๆ แต่ถ้าสิ่งที่สร้างความแตกต่างที่แท้จริงไม่ใช่ข้อมูลหรือการออกแบบล่ะ
แต่เป็นความไว้วางใจที่ผู้คนมีต่อกันอย่างลึกซึ้ง
คำถามนี้เกิดขึ้นในระหว่างบทสนทนาครั้งล่าสุดของเรากับ Tareef Jafferi ผู้ก่อตั้ง Happily.ai แพลตฟอร์มที่ใช้ AI เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นอยู่ที่ดี (engagement and well-being)
สิ่งที่น่าสนใจ คือ บทสนทนาของเราไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเลย แต่กลับเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์
1.โฟกัสในเรื่องการสร้างความไว้วางใจ
เราเริ่มต้นคุยกันเรื่อง ความท้าทายที่ทุกองค์กรเผชิญในปัจจุบัน: เราจะรักษาประสิทธิภาพและความสอดคล้องกับเป้าหมายที่องค์กรอยากไปให้ถึงอย่างแท้จริงได้อย่างไร?
เมื่อเราถาม Tareef เล่าว่าที่ Happily เขาออกแบบให้ทุกคนมีสิ่งยึดเหนี่ยวด้วยการคำถามง่ายๆ คำถามเดียว:
“อะไรคือสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญในสัปดาห์นี้?”
ทุกๆวันจันทร์ ทีมที่ Happily ใช้ prompt นี้ในการเริ่มต้นสัปดาห์ Tareef บอกว่า การสร้างความน่าเชื่อถือ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น คำพูดที่ว่า
“ฉันพูดว่าจะทำอะไร แล้วฉันก็ทำมันให้สำเร็จ”
AI ของ Happily ช่วยจัดทำแผนในสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ บอกให้เห็นว่าแต่ละคนในทีมกำลังทำอะไร และเผยให้เห็น “คู่หู” ที่โฟกัสในสิ่งเดียวกันในสัปดาห์นั้น
วิธีนี้ไม่เพียงสนับสนุนการตกผลึกส่วนตัว แต่ยังทำให้คนในทีมแต่ละคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ทำงานนี้แต่เพียงตามลำพัง
เมื่อสิ่งที่โฟกัส กลายเป็นเรื่องที่ทีมทำร่วมกัน ประสิทธิภาพและ Productivity ก็จะตามมา

2. ความสัมพันธ์มีประสิทธิภาพเหนือทุกสิ่ง
Tareef ชี้ให้เห็นถึงข้อมูล
“People with stronger relationships are by far more productive, higher performing, and healthier. That’s a healthy part of our work environment.”
มันเป็นการเตือนใจว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่ทักษะที่แค่ soft soft แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำใหเกิด High Performing Team
เราเชื่ออย่างลึกซึ้งเช่นกัน งานวิจัยของ Edward L. Deci และ Richard M. Ryan ผ่านทฤษฎี Self-Determination Theory – SDT ระบุความต้องการทางจิตวิทยาพื้นฐาน 3 ประการที่ขับเคลื่อนความเป็นอยู่ที่ดีและแรงจูงใจ: ความสามารถ, ความสัมพันธ์, และความเป็นอิสระ (competence, relatedness, and autonomy.)
เมื่อความต้องการเหล่านี้ได้รับการตอบสนอง ผู้คนจะได้รับแรงจูงใจจากภายในและความสุขที่แท้จริงในการทำงาน
ผู้คนที่มีส่วนร่วมจะให้ข้อเสนอแนะแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยาก
และในธุรกิจ การสนทนาที่ยากๆเหล่านั้นมักเป็นสิ่งที่พาเราเข้าใกล้ผลลัพธ์ที่มีความหมาย
3. ออกแบบการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อย่างตั้งใจ
เราถาม Tareef ว่า
“ถ้ามีคนใหม่เข้ามาร่วมทีมของคุณ พวกเขาจะได้รับประสบการณ์ และความรู้สึกกับทีมของคุณอย่างไร?”
ที่ Happily พนักงานใหม่ทุกคนจะได้รับเพื่อนคู่หู พี่เลี้ยง และผู้จัดการที่ขึ้นโดยตรง
“ผมบังคับให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เขารู้ว่าความไว้วางใจจะไม่สามารถเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่จะถูกสร้างขึ้นผ่านโครงสร้าง การสนับสนุน และความเปราะบาง vulnerability ที่เกิดในชีวิตประจำวัน
เขาตั้งใจเร่งความรู้สึกให้แต่ละคนรู้สึกเหมือนอยู่ “บ้าน” ให้กับพนักงานใหม่อย่างตั้งใจ แม้ว่ากระบวนการจ้างงาน กว่าจะเข้ามาเป็นทีมของ Happily จะใช้เวลาตั้งแต่ 6- 9 เดือน
เขายังพูดติดตลกว่าเขาสร้างความไว้วางใจผ่านความเปราะบางด้วยการถามว่า
“สัปดาห์นี้คุณจะถามคำถามโง่ๆ กับผมกี่คำถาม?”
ทิ้งท้าย
ในยุคที่ AI สามารถทำงานอัตโนมัติได้เกือบทุกอย่าง สิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่ผู้นำสามารถทำได้คือ การรักษาความเป็นมนุษย์
Tareef เตือนใจเราว่าเครื่องมืออาจช่วยให้เราโฟกัสได้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้เราทำงานได้ดี
ดังนั้นเราอยากจะทิ้งคำถามนี้ไว้ให้คุณค่ะ :]
เมื่อผู้คนมองดูทีมของคุณ พวกเขาเห็นเพียงประสิทธิภาพ หรือพวกเขารู้สึกถึงความไว้วางใจ?
This Month’s Resource
Download ได้ที่นี่ และเริ่มต้นเป็นตัวคุณด้วยความมั่นใจและความชัดเจนที่มากขึ้น

