ไม่ใช่แค่องค์กรของคุณ
เราสำภาณ์ผู้นำต่างชาติ 54 คน ที่บริหารทีมคนไทยในประเทศไทย
ระหว่างเดือนกันยายน 2025 ถึงมกราคม 2026 เราถามผู้นำต่างชาติทั่วประเทศไทยว่า พวกเขาเจอความท้าทายอะไรบ้าง ลองทำอะไรมาแล้ว และวิธีการไหนที่ใช้ได้ผลจริง
คำตอบที่เราได้สอดคล้องกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมไหน ขนาดทีมเท่าไหร่ หรืออยู่ในไทยมากี่ปี
65.8%
คือ % ศักยภาพของทีมไทยที่ผู้นำต่างชาติประเมินว่าสามารถดึงออกมาใช้ได้
แต่ยังไม่สามารถดึงอีก 1 ใน 3 ออกมาได้
74%
ไม่เคยได้รับ formal cross-cultural training ก่อนเข้ามาบริหารทีมคนไทย
18.5%
บอกว่า “การกระตุ้นให้ทีมเสนอไอเดียและความคิดสร้างสรรค์”
คือความท้าทายอันดับหนึ่ง
“I sense they have more to offer but I’m not sure how to access it.”
Deputy General Manager, FMCG
มุมมองที่ผู้นำต่างชาติมักมองข้าม
ปัญหาไม่ได้เกิดที่ตัวบุคคล แต่เป็นแพทเทิ่น ซึ่งก็มีเหตุผลว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นซ้ำๆ
เมื่อทีมคนไทยไม่ค่อยพูด ผู้นำต่างชาติมักตีความว่า ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น
แต่ในความเป็นจริง ทีมไทยไม่ได้ไม่กล้าแสดงความเห็นเพราะไม่มีอะไรจะพูด แต่เพราะยังไม่รู้สึก “ปลอดภัยมากพอ” ที่จะพูด
ในวัฒนธรรมการทำงานของไทย:
- การพูดในที่ประชุมอาจทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเสียหน้า
- การให้ feedback ตรงๆ อาจทำให้หัวหน้าเสียหน้า
- การถามซ้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตน “ไม่เข้าใจ” อาจทำให้ตัวเองเสียหน้า
- การเห็นต่างอาจทำลายความสัมพันธ์กลมเกลียวในทีม
ทีมไทยไม่ได้หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้เพราะไม่ใส่ใจ แต่เพราะวัฒนธรรมไทยให้ความสำคัญกับ ความเชื่อใจ ความปลอดภัยทางใจ และความเคารพ เป็นอันดับแรก
สิ่งที่ผู้นำต่างชาติเห็นในที่ประชุม ไม่ใช่การขาดความสนใจ แต่คือการขาด psychological safety ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทีมไทยต้องมีก่อนจึงจะกล้าแสดงความคิดเห็น แชร์ไอเดีย หรือ แสดงความเห็นที่ต่าง
ตราบใดที่เงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น ไอเดีย feedback และ การคอดริเริ่มอะไรใหม่ๆ ก็จะยังถูกเก็บไว้ ไม่พูดออกมาให้กับทีม
หลักสูตรนี้ไม่ใช่เป็นการทำให้ทีมไทยปฏิบัติตัวเป็นเหมือนคนตะวันตกมากขึ้น แต่คือการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้จุดแข็งทางวัฒนธรรมของทีมไทยกลายเป็นข้อได้เปรียบ ไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานข้ามวัฒนธรรมร่วมกัน
ความเข้าใจผิด 5 ประการที่ผู้นำต่างชาติมักทำ
ส่วนใหญ่มาจากความหวังดี แต่ทุกข้อทำให้สถานการณ์แย่ลง
- ความเข้าใจผิด #1: ขอให้ทีม “พูดตรงๆ” มากขึ้น เป็นการขอให้ทีมไทยทิ้งบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิต โดยที่ยังไม่ได้สร้างความเชื่อใจ ที่ทำให้ความตรงไปตรงมารู้สึกปลอดภัยเพียงพอ
- ความเข้าใจผิด #2: เน้นแต่งาน ไม่สร้างความสัมพันธ์ ข้ามเรื่องการทำความรู้จักกันพูดเรื่องงานทันที โฟกัสแต่การส่งมอบงาน ในวัฒนธรรมการทำงานของไทย ความสัมพันธ์ คือ รากฐานของงาน หากข้ามจุดนี้ก็คือการข้ามสิ่งเดียวที่ทำให้งานเดินหน้าได้
- ความเข้าใจผิด #3: ตีความความเงียบว่าทีมไม่มีศักยภาพ ที่ประชุมเงียบ ไม่มีคำถาม ไม่มีการแสดงความคิดเห็นต่าง ผู้นำสรุปว่าทีมไม่อยากมีส่วนร่วม หรือไม่มีอะไรจะเสนอเพิ่มเติม
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง จากความเห็นผู้ตอบแบบสำรวจ: “Yes ในที่ประชุมไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยจริงๆ เสมอไป” และ “คุณแทบจะไม่เคยได้ยินข่าวร้ายตรงจากคนที่เกี่ยวข้อง คุณต้องมีคนในองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นหู เป็นตาให้คุณได้”
- ความเข้าใจผิด #4: บอกว่า “พูดตรงๆ กับฉันได้นะ” คำพูดไม่สร้างความปลอดภัยทางใจได้ พฤติกรรมต่างหากที่สร้าง การบอกให้ใครพูดตรงๆ คือการกดดัน ไม่ใช่การลดความเสี่ยงของการพูด ความเสี่ยงคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่พูดตั้งแต่แรก
- ความเข้าใจผิด #5: เดินหน้าต่อทั้งที่รู้สึกว่าทีมยังลังเล ถามเพียงว่า “มีคำถามอะไรไหม?” เมื่อไม่ได้รับกาตอบรับ ตอบสนอง ตีความว่าเห็นด้วยและเดินหน้าต่อทันที
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาโปรเจ็คล่าช้า ทีมไม่ตอบสนองและไม่มีใครชี้ได้ว่าเริ่มผิดพลาดตั้งแต่จุดไหน
หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร
โปรแกรมนี้ออกแบบมาสำหรับหัวหน้างานที่มีลูกน้องในทีมอย่างน้อย 5 คน ได้ประสิทธิภาพดีทั้งการโค้ชแบบหนึ่งต่อหนึ่ง กลุ่มเล็ก 4-8 คน หรือให้จัดอบรมภายในองค์กรของคุณ
- ผู้นำต่างชาติที่บริหารทีมคนไทย เบื่อกับที่ประชุมที่เงียบ คำตอบ “ได้ครับ” ที่ไม่ได้แปลว่าได้จริงๆ และมองเห็นว่าทีมมีศักยภาพแต่ยังไม่สามารถใช้ศักยภาพพวกเขาอย่าง เต็มที่
- ผู้นำที่เพิ่งย้ายมาประเทศไทย ต้องการสร้างรากฐานที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก แทนที่จะเรียนรู้ผ่านความผิดพลาดที่เจ็บปวดเป็นเวลา 18 เดือน
- HR Directors และ L&D Leadsกำลังเตรียมผู้นำต่างชาติสำหรับ assignment ในประเทศไทย หรือสนับสนุนผู้นำที่กำลังเจอความท้าทายข้ามวัฒนธรรมอยู่แล้ว ต้องการหลักสูตรที่มีฐานจากงานวิจัย
- Global mobility teams ย้ายผู้บริหารระดับสูงเข้ามาในประเทศไทย และต้องการการเตรียมความพร้อมทางวัฒนธรรมก่อนเข้ารับตำแหน่ง
Cross-Cultural Leadership for Thailand
หลักสูตรที่ออกแบบจากงานวิจัยจริง สำหรับผู้นำต่างชาติที่พร้อมจะดึงศักยภาพของทีมคนไทยออกมาเต็มที่
นี่ไม่ใช่ cultural awareness training ทั่วไป ไม่ใช่ลิสของการที่จะทำอะไร หรือ ไม่ทำอะไร หรือ เรื่องการไหว้หรือมารยาทในการเข้าวัด
แต่คือหลักสูตรพัฒนาผู้นำที่ออกแบบเพื่อความท้าทายเฉพาะของการบริหารข้ามวัฒนธรรมในประเทศไทย — สร้างจากงานวิจัยจริงกับผู้นำต่างชาติ อ้างอิงงานวิชาการเรื่อง psychological safety (Amy Edmondson, Harvard) และ cross-cultural leadership (Erin Meyer, INSEAD) และผ่านการ coach ผู้นำต่างชาติจริงในสถานการณ์เหล่านี้มาหลายปี
สิ่งที่ผู้นำจะได้พัฒนา:
การสื่อสารในที่ทำงานของไทยเป็น high-context ข้อความส่วนใหญ่อยู่ในสิ่งที่ ไม่ได้ พูด ผู้เรียนจะได้ฝึกสังเกตสัญญาณของความลังเล ถอดรหัสภาษาทางอ้อม และแยกความแตกต่างระหว่างการเห็นด้วยจริงกับความสุภาพ
ความเชื่อใจ ในความสัมพันธ์การทำงานของไทยไม่ได้สร้างผ่านการประกาศ ใน town hall แต่สร้างผ่านการกระทำเล็กๆ ที่สม่ำเสมอตลอดเวลา ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ว่าการกระทำเหล่านั้นคืออะไร ทำไมถึงได้ผล และจะปรับให้เข้ากับสไตล์ leadership ของตัวเองอย่างไร
playbook ของ psychological safety แบบตะวันตก ที่บอกให้เผชิญหน้ากับความขัดแย้ง ใช้ไม่ได้ในไทย ผู้เรียนจะได้เรียนรู้บริบทแบบไทย ของการสร้าง psychological safety: การออกแบบที่ประชุม กลไก feedback และการสนทนาแบบ 1:1 ที่ทำให้ทีมรู้สึกปลอดภัยพอที่จะ แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา
Feedback ที่สร้างการเติบโตในทีมไทยมีหน้าตาต่างจาก feedback ที่ใช้ในทีมของชาติอื่นๆ ผู้เรียนจะได้ฝึกเทคนิคเฉพาะในการให้ feedback การหยิบประเด็นปัญหาขึ้นมาก่อนที่มันจะลุกลาม และการจัดการเรื่อง performance โดยไม่ต้องจ่ายต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มักมาคู่กับการพูดอย่างตรงไปตรงมาจนเกินไป
หลักสูตรนี้ไม่ใช่การให้ผู้นำต่างชาติ “เป็นคนไทย” แต่คือการขยายขอบเขตของผู้นำให้สามารถนำได้อย่างมีประสิทธิภาพในประเทศไทย โดยไม่ต้องทิ้งตัวตนหรือสิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในที่อื่น
รูปแบบหลักสูตร:
จัดในรูปแบบเวิร์คชอป 1 วันสำหรับกลุ่ม 6-12 ท่าน หรือ individual executive coaching ระยะ 3 เดือน สำหรับผู้นำที่ต้องการการพัฒนาแบบ 1:1
In-house programme สามารถออกแบบตามอุตสาหกรรม โครงสร้างองค์กร และความท้าทายเฉพาะของทีม
สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังหลักสูตร
พร้อมที่จะดึงศักยภาพของทีมไทยออกมาเต็มที่แล้วใช่ไหม?
ทุกโปรแกรมของเราเริ่มจากการพูดคุย เราจะรับฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในทีมของคุณ คุณลองทำอะไรมาแล้ว และผลลัพธ์แบบไหนที่สำคัญกับคุณ จากนั้นเราจะแนะนำรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น workshop, coaching หรือ in-house programme
