เคยลองพายเรือไหมคะ? ถ้าเคย… เราเชื่อว่าคุณต้องพายได้ดีกว่าเราแน่ๆ ที่พอจะจำความได้ครั้งล่าสุด เรือขยับไปแทบจะไม่ถึงคืบ แล้วก็วนเป็นวงกลม 😅
ตอนที่วีดีโอของเด็กผู้ชายคนนี้เป็นไวรัล สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเราเป็นอย่างแรกเลยคือ ความกลมเกลียวในการพุ่งทยานไปข้างหน้า ความรู้สึกที่เห็นคือราวกับทุกๆคนเป็นอวัยวะชิ้นเดียวกันของร่างกายซึ่งก็คือเรือลำนั้น ทุกๆการเคลื่อนไหว ทุกๆครั้งที่ไม้พายกระทบน้ำ มันช่างพร้อมเพรียงกันอย่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก
วีดีโอนี้ทำให้เราคิดถึงงานที่เราทำทุกวัน ‘อะไรกันนะที่ทำให้ทีมนี้ มีทีมเวิร์คในเลเวลที่น่าประทับใจขนาดนั้น’ เพราะมันไม่ใช่แค่การฝึกฝนทางร่างกายและทักษะเฉพาะตัวแน่ๆ
เราเชื่อว่านักแข่งเรือทีมนี้ ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากแน่ๆ พวกเขาต้องเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดอ่อน ของแต่ละคนในทีมเป็นอย่างดี ต้องรู้ด้วยว่าจะสร้างแรงจูงใจ เพิ่มแรงผลักดันให้ทีมไปข้างหน้าอย่างไรเมื่อทีมแรงแผ่วลง และต้องรู้วิธีการที่จะสื่อสารเมื่อคำพูดบางอย่างมันอาจจะไม่เวิร์ค มันคือ สิ่งที่เราเรียกว่า สายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่มนุษย์สามารถสร้างได้
ซึ่งก็ทำให้เราตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า
แล้วทีมที่ทำงานในออฟฟิส จะสามารถสร้างความพร้อมเพรียงกลมเกลียวแบบทีมแข่งเรือนี้ ในที่ทำงานได้อย่างไรกันนะ
Newsletter ฉบับเดือนนี้ของเรา เราจะพูดถึงพื้นฐาน ของการสร้าง ทีมที่มีประสิทธิภาพ ที่ทุกคนได้ใช้ศักยภาพสูงสุด (high-performing teams.)
อะไรกันแน่ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในทีม?
เมื่อนักวิจัย Avan Jassawalla และ Hemant Sashittal ทำงานวิจัยเกี่ยวกับคำถามข้อนี้ พวกเขาเปรียบเทียบหลากหลายทีมที่ทำงานในบริษัทเกี่ยวกับ technology ซึ่งบางทีมก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก แต่ในขณะที่บางทีม ต้องเรียกว่าแทบจะไม่รอดในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นสุข
ทีมที่อ่อนแอมีแพทเทิ่นที่สามารถคาดเดาได้:
- วิธีการตัดสินใจเป็นไปด้วยความเนิบและไม่มีประสิทธิภาพ
- นวัตกรรมแทบจะไม่เกิดเพราะต้องรอการคิดพร้อมกันเป็นกลุ่ม
- ข้อมูลต่างๆถูกส่งผ่านแบบช้า… และไม่มีความโปร่งใส
- การจะออกโปรดัคแต่ละตัว มักเป็นไปด้วยความล่าช้า (อีกแล้ว) และยังต้องการทรัพยากรเพิ่มเติมอีกมากกว่าจะทำให้เกิดได้
ปัจจัยที่นักวิจัยทั้งคู่พบในทีมที่มีประสิทธิภาพก็คือ ….
สมาชิกในทีมที่มีประสิทธิภาพ สามารถที่จะอธิบายจุดแข็ง ความกลัว แรงจูงใจ และความสามารถพิเศษที่สมาชิกในทีมแต่ละคนนำมาให้กับทีม…
พวกเขารู้จักกันในความเป็นตัวตนของกันและกันจริงๆ มากกว่าแค่การเป็นเพื่อนร่วมงาน
ทำไมการรู้จักกันอย่างแท้จริงในทีมจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้นได้?
1. ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
เราเคยมีประสบการณ์หนึ่งในเวิร์คชอป ที่สมาชิกทีมมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เราก็คิดว่าเอาแล้ววว ต้องมีการจัดการไกล่เกลี่ยละหล่ะ เราเลยขอเบรค 15 นาที และเมื่อไปเบรค เราพบว่าคนที่มีความขัดแย้งทางความคิดกันเมื่อครู่ พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ความขัดแย้งทางความคิด หรือ ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่ได้ทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาเลย แต่มันกลับทำให้พวกเขามองเห็นมุมมองที่แตกต่าง และทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นซะอีก
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่งานวิจัยค้นพบเช่นเดียวกันว่า เมื่อคนรู้สึกว่าได้รับความเข้าใจ และรู้จักกันในแบบที่ลึกซึ้งจริงๆ ผู้คนพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นใหม่ๆ เรื่องนวัตกรรมและท้าทายความคิดเห็นของกันและกัน นำมาซึ่งมุมมองใหม่ๆ
พวกเขาเข้าใจว่าความเห็นไม่ตรงกันคือการพัฒนางานให้ดีขึ้น ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว
2. ช่วยให้ทีมใช้ประโยชน์จากความแตกต่าง
เมื่อไม่นานมานี้ ในคอลสอบถามความต้องการของลูกค้า ลูกค้าได้เล่าถึงความขัดแย้งในทีมที่เกิดจากความแตกต่างในด้านอายุ แรงจูงใจ ประสบการณ์ในอดีต และปัจจัยอื่นๆ ของสมาชิกในทีมนี้
มันก็น่าตลกเหมือนกัน เพราะทีมที่มีประสิทธิภาพสูงกลับใช้ความขัดแย้ง และข้อแตกต่างแบบนี้เป็นกระบวนการในการปรับปรุงคุณภาพของไอเดียและการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เพราะทีมที่มีประสิทธิภาพสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อกัน การประชุมจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ไอเดียที่ดีที่สุดถูกนำเสนอ ไม่ใช่สำหรับคนที่เสียงดังที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมีส่วนร่วมด้วยการเสนอข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค บัณฑิตจบใหม่นำเสนอมุมมองใหม่ๆ ด้านดิจิทัล และผู้จัดการที่มีประสบการณ์ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการปฏิบัติจริง
ทีมที่มีประสิทธิภาพยังปรับกระบวนการทำงานให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน หัวหน้าทีมคนหนึ่งที่เราทำงานด้วยส่งวาระการประชุมล่วงหน้า เพื่อให้คนที่เงียบในที่ประชุม (คนที่เป็นอินโทรเวิร์ท) สามารถเตรียมความคิดของตนเอง และติดตามผลด้วยการเปิดช่วงเวลาให้คิดไตร่ตรอง 24 ชั่วโมงก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ในทีมเช่นนี้ ความแตกต่างกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดีสำหรับนวัตกรรม แทนที่จะเป็นแหล่งของความขัดแย้ง
3. สร้างความเข้มแข็งให้กับทีม
ในระหว่างโปรแกรม MBA นักศึกษาได้รับมอบหมายให้ไปเยี่ยมบ้านของกันและกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สมาชิกกลุ่มได้ไปเยี่ยมอพาร์ตเมนต์ของเพื่อนร่วมชั้นชาวจีน พวกเขาพบว่าอพาร์ตเมนต์ของเพื่อนคนนี้ว่างเปล่า ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ และก็ได้เรียนรู้ว่าเพื่อนคนนี้จะไม่ได้พบกับภรรยาและลูกอีกเป็นเวลา 2 ปี
สิ่งนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่ม มันเปลี่ยนไดนามิกของทั้งกลุ่ม ด้วยการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ ทำให้สมาชิกในทีมสลับกันช่วยซัพพอร์ตด้านภาษาอังกฤษให้กับเพื่อนร่วมชั้นชาวจีนคนนี้
เมื่อทีมเข้าใจความท้าทายและแรงจูงใจของกันและกันอย่างแท้จริง พวกเขาจะกลายเป็นระบบที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน กำหนดเวลาส่งงานที่เร่ง ความล่าช้าที่อาจจะไม่คาดคิด หรือความเครียดส่วนตัว ไม่ได้ทำให้สมาชิกในทีมรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะทีมให้การสนับสนุนร่วมกัน
นี่คือ สิ่งที่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและความห่วงใยเอาใจใส่สามารถทำได้ มันสร้างความเข้มแข็งที่ไม่หวั่นไหวให้กับทีม
สร้างรากฐานให้กับทีมของคุณ
แนวทางปฏิบัติ 4 ข้อในการพัฒนารากฐานนี้:
1. กิจกรรมการตกผลึกร่วมกันของทีม
สร้างโอกาสให้ทีมของคุณได้ตกผลึกร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นเซสชัน 15 นาทีทุกเดือน ที่ทุกคนแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกหนึ่งข้อเกี่ยวกับเพื่อนร่วมทีม และข้อเสนอแนะหนึ่งข้อเพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกันของทีม
To make this more effective, we’ve developed a 26-question reflection guide with prompts like “What’s one thing you need from the team to do your best work?” and ” In what situations does our team simply not work at all?“
เรามี template คำถาม 26 ข้อ มาให้คุณลองเอาไปใช้กับทีมของคุณ มีคำถามเช่น “อะไรคือสิ่งหนึ่งที่คุณต้องการจากทีมเพื่อทำงานได้ดีที่สุด?” และ “ในสถานการณ์ใดที่ทีมของเราไม่สามารถทำงานได้เลย?”
คุ๊อาจจะเอาไปใช้ในการประชุมทีม หรือทำให้มันเป็นกิจวัตรที่ทำร่วมกันกับทีม เป้าหมายคือ ทำให้มันเป็นส่วนหนึ้งของสิ่งที่ทีมทำร่วมกัน ไม่ใช่แค่เป็นการทำกิจกรรมร่วมกันแค่ครั้งเดียว
ดาวโหลด free 26-question team reflection ได้ที่นี่
https://drive.google.com/file/d/1lp413xIFZ72S0Ke3JF4TaElh0glSw70L/view?usp=sharing

2. การจับคู่สมาชิกในทีม
แนวทางนี้มาจากงานของ Vanessa Druskat‘s เกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์ของทีม ใช้การจับคู่แบบสุ่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในทีมสำหรับการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ เช่น การไปดื่มกาแฟด้วยกัน การประชุมช่วงมื้อกลางวัน หรือการเจอกันออนไลน์ก็ได้ผลดีเท่ากัน คุณค่าเกิดขึ้นในการสนทนาที่ไม่มีโครงสร้าง ที่ทุกคนแบ่งปันประสบการณ์นอกเหนือจากแค่เรื่องงาน
กำหนดความถี่ตามขนาดทีมและสถานการณ์ของทีมคุณ การจับคู่คุยรายเดือนได้ผลดีสำหรับทีมส่วนใหญ่ แต่คุณต้องได้รับการ buy in ก่อนที่จะเริ่มต้น
3. อุปมา อุปไมย
ถามทีมของคุณ: “ถ้าทีมของเราเป็นทีมกีฬา เราจะเป็นกีฬาประเภทใดและทำไม?” หรือ “ถ้าเราเป็นวงดนตรี แต่ละคนจะเล่นเครื่องดนตรีอะไร?” การพูดคุยแบบนี้เผยให้เห็นว่าสมาชิกในทีมมองตนเองและสมาชิกทีมคนอื่นอย่างไร
ลูกค้าในทีมหนึ่งค้นพบว่าสมาชิกทีมที่ “เงียบ” มองตนเองเป็นมือกลอง จังหวะที่มั่นคง ทำให้ทุกคนอยู่ในจังหวะ มันเปลี่ยนวิธีที่ทีมให้คุณค่ากับการมีส่วนร่วมของเธออย่างสิ้นเชิง
4.การแลกเปลี่ยนโปรไฟล์ Insights Discovery
ต้องขออภัยที่ต้องโปรโมตนิดหน่อย แต่นี่คือเหตุผลที่เราหลงใหลและเชื่อในสิ่งที่เราทำ
เมื่อสมาชิกในทีมเข้าใจโปรไฟล์ Insights Discovery ของกันและกัน พวกเขาจะหยุดคิดว่าแต่การกระทำเป็นเรื่องส่วนตัวและเริ่มชื่นชมแนวทาง วิธีการที่แตกต่างกัน คนที่ชอบใช้สีแดงร้อนแรง (Fiery Red) ที่มักผลักดันให้เกิดการตัดสินใจที่เร็วไม่ใช่ว่าเขาใจร้อน แต่เป็นความเด็ดขาดที่เขาต้องการ คนที่ชอบใช้สีฟ้าสุขุม (Cool Blue) ที่มักมีคำถามแบบละเอียดไม่ใช่ว่าเขาต้องการให้ทีมรู้สึกยากลำบากในการคุยกับเขา แต่เป็นความละเอียดถี่ถ้วนที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อความสบายใจและผลลัพท์ที่ดีที่สุดของทีม
การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้เปลี่ยนความหงุดหงิดในแต่ละวันให้กลายเป็นความชื่นชมอย่างแท้จริงต่อรูปแบบวิธีการทำงานที่หลากหลาย
ยังจำนักพายเรือที่เคลื่อนที่เป็นหนึ่งเดียวกันตอนต้นของบทความได้ไหมคะ? การประสานกลมเกลียวกันในระดับนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันถูกสร้างขึ้นผ่านการปฏิบัติที่ตั้งใจ ซึ่งช่วยให้สมาชิกในทีมรู้จักและเข้าใจกันและกันอย่างแท้จริง
ทีมของคุณ มีศักยภาพสำหรับการทำงานร่วมกันที่ลื่นไหลกลมเกลียวแบบเดียวกัน คำถามคือ: คุณพร้อมที่จะลงทุนสร้างความสมัพันธ์ที่ลึกซึ้งเหล่านั้นหรือไม่?
เราได้ทำงานกับทีมต่างๆ ทั่วประเทศไทยและต่างประเทศให้สร้างรากฐานนี้ผ่านเวิร์คชอป Insights Discovery
อย่าปล่อยให้อีกไตรมาสผ่านไปด้วยศักยภาพของทีมที่ยังไม่ถูกใช้
ติดต่อเราวันนี้เพื่อเริ่มต้นการเดินทางแห่งการเปลี่ยนแปลงของทีมคุณ
เพราะ High Performing Team เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

