ภาวะผู้นำ ที่ดีในปี 2024 คืออะไรบ้าง

ภาวะผู้นำที่ดีในปี 2024

การเป็น ผู้นำ ในปี 2024 ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ผู้นำในยุคนี้จำเป็นต้องมี ภาวะ ผู้นำ ที่สามารถนำพาองค์กรฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุเป้าหมาย และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต บทความนี้จะพูดถึง 6 คุณสมบัติที่ Transformational leader จำเป็นต้องมี

Great Communicator เป็นนักสื่อสารที่เก่ง

Collaborative สร้างความร่วมมือ

Inclusive เป็นจุดศูนย์รวมให้เกิดการมีส่วนร่วม

Compassionate เห็นอกเห็นใจ

Culture- focused ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร

Agile พร้อมปรับเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง

_

Great Communicator ผู้นำ จำเป็นต้องมีทักษะของนักสื่อสาร

ผลลัพท์จากการวางแผนกลยุทธ์อย่างดีจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้า ผู้นำ ทีมไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ตั้งใจออกมาอย่างชัดเจน พนักงานกว่า 3,000 คนที่ทำ survey ของ Linkedin บอกว่าสิ่งที่พวกเขาเบื่อและหงุดหงิดในมากที่สุดในการทำงานคือ การที่หัวหน้าของพวกเขา

“ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน สื่อสารถึงสิ่งที่คาดหวังไม่ชัดเจนและเปลี่ยนแปลงความคาดหวังบ่อยๆ”

ฟังดูเป็นปัญหาคลาสสิคไหมหล่ะคะ

_

แล้วเราจะฝึกให้ตัวเองเป็น ผู้นำ ที่สื่อสารได้ดีอย่างไร ?

จากบทความนี้ของ Harvard Business Review ได้สรุปไว้ว่า

1. สื่อสารบ่อยให้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบริษัทของคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลายากลำบาก

การที่ ผู้นำ สื่อสารทำให้เกิดความรุ้สึกใจชื้น ทำให้พนักงานอุ่นใจมากกว่าได้ยินแค่ข่าวลือจากปากของแผนกบัญชี ไม่ว่าจะเป็นข่าวดี หรือ ข่าวไม่ดี ผู้นำ จำเป็นที่จะต้องบอกทิศทางที่บริษัทกำลังมุ่งหน้าไป สร้างขวัญกำลังใจให้คนทำงาน

แม้คุณจะพร่ำบอกตัวเองว่า การสื่อสารในที่สาธารณะ ไม่ใช่สิ่งที่คุณเก่ง แต่โปรดรู้ไว้ว่า เมื่อคุณก้าวขึ้นมาบนตำแหน่งนี้แล้ว การสื่อสารที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา คือทักษะที่คุณต้องมีและหากไม่มี ก็ต้องฝึกฝน ทำให้บ่อยจนเป็นนิสัย เพราะมันคือ การสร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อใจให้กับทีมงาน

“GREAT LEADERS COMMUNICATE AND GREAT COMMUNICATORS LEAD”

– SIMON SINEK

_

2. Collaborative สร้างความร่วมมือให้กับทีมได้

หมดยุคที่ ‘หัวหน้าเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง’ หรือ การตัดสินใจทุกอย่างต้องมาจากแค่คนเพียงไม่กี่คน ผู้ที่มี ภาวะผู้นำ ที่ดีในปี 2024 เขาใช้อำนาจที่มีตามตำแหน่งไม่ใช้เพื่อควบคุม แต่เพื่อช่วยขับเคลื่อนกระบวนการตัดสินใจ โดยซัพพอร์ตให้ทุกคนมีส่วนร่วม Forbe  เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า
_

‘การเปลี่ยนแปลงจากการเป็น ผู้นำ ซึ่งรู้ทุกสิ่งมาเป็น ผู้นำ ซึ่งสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือ

คือประสบการณ์ที่ทำให้คุณรู้จักลูกทีมมากขึ้นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มมากขึ้น ’

_

การสร้างพื้นที่ให้เกิดการร่วมมือร่วมใจ จะทำให้คุณสามารถใช้ความสามารถคนในทีมอย่างเต็มที่ และจะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่ต้องฟังคนที่ตำแหน่งสูงกว่าเท่านั้น หรือ แก่กว่าเท่านั้น

เป็นพื้นที่การทำงานที่ทุกคนเท่าเทียมและสนุกกับการทำงานอย่างเต็มที่
_

“IT IS AMAZING WHAT YOU CAN ACCOMPLISH IF YOU DO NOT CARE WHO GETS THE CREDIT”

– HARRY S. TRUMAN

_
3. Inclusive เป็นจุดศูนย์รวมให้เกิดการมีส่วนร่วม

ผู้เชี่ยวชาญพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สภาวะเศรษฐกิจยังมีการทรงตัว แต่การแข่งขันและโอกาสก็มีมากที่สุดในยุคนี้มากกว่ายุคอื่นๆ ความรู้สึกว่า ‘เป็นส่วนหนึ่ง’ จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนมากที่สุด ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

แต่การที่จะทำให้คนรู้สึกว่า ‘เป็นส่วนหนึ่ง’ และเราต้องไปต่อด้วยกันทั้งองค์กร ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่จะสร้างให้เกิดความรู้สึกนั้นได้ คือ ผู้นำที่เป็นจุดศูนย์รวม ผู้นำที่ปฏิบัติกับทุกคนในแบบที่เท่าเทียม สร้างให้เกิดความเคารพซึ่งกันและกัน ความรู้สึกว่าเท่าเทียม ไม่ลำเอียง รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและรุ้สึกว่าตนเองคือส่วนหนึ่งที่สำคัญของทีม เกิดความมั่นใจและเกิดแรงบันดาลใจในการลงมือทำ ขึ้นอยู่กับผู้นำในแต่ละองค์กรเลยว่า อยากจะสร้างวัฒนธรรมนี้จากตรงไหน

อาจจะเริ่มจากการแวะเข้าไปเช็คอินกับพนักงานแต่ละแผนก หรือการไปต้อนร้บพนักงานใหม่ในการทำ on boarding การพูดคุยกับพนักงานทุกระดับ การชื่นชม การให้ recognition สำหรับใน Insights Discovery ซึ่งคือ เครื่องมือทดสอบบุคลิกภาพที่วิคตัส พีเพิลใช้ในการเพิ่มการตระหนักรู้ในตนเอง ต่อยอดมาจากงานของดร. คาลล์ลยุง เราใช้ภาษาที่มี ‘พลังงานสี’ เป็นเครื่องมือสื่อสาร ทฤษฎีเชื่อว่า เราทุกคนใช้พลังงานสีใดสีหนึ่งมากกว่าสีอื่นๆ ซึ่งทั้ง 4 สี มี Fiery Red, Sunshine Yellow, Earth Green, Cool blue และแต่ละสีก็จะมีจุดแข็งที่นำมาสู่ทีมที่แตกต่างกัน

_

เมื่อเราสังเกตเห็นจุดแข็งในบุคลิกภาพของแต่ละคนในทีมและชื่นชมสิ่งที่แต่ละคนนำมาให้ทีม ก็จะทำให้ทุกคนรู้สึกว่า เราไม่จำเป้นต้องเหมือนใคร แต่ความเป็นตัวเองและยอมรับในความแตกต่างของทุกคนในองค์กรหรือในทีมของเราจะสร้างให้เกิดความรู้สึก ว่าเป็นส่วนหนึ่งได้

“WHEN EVERYONE IS INCLUDED, EVERYONE WINS”

– JESSE JACKSON

_

4. Compassionate เป็นผู้นำที่เห็นอกเห็นใจ

ภาวะผู้นำในปี 2024 สิ่งที่ทั่วโลกพูดถึงคงหนีไม่พ้นคำว่า ความเข้าอกเข้าใจและเห็นอกเห็นใจพนักงาน ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด 19 คำๆนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมของภาวะผู้นำ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปว่า TLC หรือ Tender Love and Care คือ ส่วนสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผลักดันให้เกิด performance
_

ในตอนที่ทำงานที่สิงคโปร์ คำๆนี้เป็นคำฮิตติดปากมากๆเมื่อหัวหน้าทีมต้องมีเซสชั่น 1-1 กับลูกน้อง เพื่อไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ ซึ่งแอมมองว่าคือ วัฒนธรรมสำคัญในการเช็คอิน เรารู้ว่าชีวิตไม่ได้มีแค่ด้านเดียว และสภาวะจิตใจของคนเป็นเรื่องสำคัญ มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าในองค์กรที่มีผู้นำที่เห็นอกเห็นใจ จะสร้างผลลัพท์การทำงานที่มากขึ้นกว่า 30% พนักงานในทีมจะมีความตั้งใจในการใส่ความพยายามมากขึ้น
_

5. Culture- focused ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร

Incentives คือ สิ่งสำคัญ แต่ไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พนักงานรู้สึกกระตือรือร้นต่อการทำงาน ‘ความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่มีความหมายต่อตัวเอง’ คือแรงกระตุ้นภายในที่ดีกว่า

บทความนี้จาก glassdoor survey สรุปได้ว่า

_

วัฒนธรรมองค์กรณ์และค่านิยมขององค์กร คือ สิ่งที่วัดความพึงพอใจและความกระตือรือร้นของการมาทำงาน ของพนักงาน ผู้ที่จะกำหนดวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่แค่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารเท่านั้น  แต่คือผู้นำทีมระดับเมเนเจอร์ด้วยที่ส่งสารนี้ต่อให้กับคนภายในทีมของตัวเอง หนึ่งในสิ่งที่ผู้นำของปี 2024 ต้องมีคือ การสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนในทีมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ได้รับอำนาจในขอบเขตที่พอควร และได้ใช้ศักยภาพอย่างสูงสุดในการได้แสดงความคิดเห็น

_

6. Agile พร้อมเปลี่ยน

มากกว่าแค่กระบวนการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คับขัน แต่การเป็น Agile leader คือการมี midset ที่สนับสนุนให้ทีมมีการจัดการตนเองได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์

และตัดสินใจได้โดยไม่ต้องมีความกลัวต่อความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ยึดหลักในการทำการอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป สามารถทำงานร่วมกันกับต่างแผนกอย่างง่ายดาย

2024 ไม่ใช่ปีที่โลกหมุนเหมือนเดิมอีกต่อไป

_

ความสำคัญของภาวะผู้นำที่เตรียมพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์และความเป็นผู้นำที่นำด้วยใจ คือ คีย์สำคัญที่จะทำให้ทุกคนที่ตามคุณ ตามด้วยความรู้สึกศรัทธา มีความหวัง และตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด ที่ Victus People เรานำเอา Insights Discovery เครื่องมือทดสอบบุคลิกภาพที่บริษัทใหญ่อย่าง Microsoft, Four season และ Linkedin มาช่วยพัฒนาบุคลากร สร้างความตระหนักรู้ในตนเอง สามารถใช้จุดแข็งของตัวเองได้เต็มที่ และรู้วิธีที่จะปิดจุดอ่อน ฝึกฝนพัฒนาให้ทุกคนสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขร่วมกัน

_

ติดต่อ Victus People วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกอบรม