เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของปี 2024 ไปเรียบร้อย ความรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านปีใหม่มาหมาดๆ วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ นะคะ
ปี 2024 นี้ทุกคนได้ตั้งเป้าหมายกับชีวิตตัวเองไว้อย่างไรบ้างคะ ?
แอมเพิ่งจัดสัมมนาออนไลน์ให้กับลูกค้าทางสิงคโปร์ในหัวข้อชื่อ Reflection และ 🎯Goal Setting in Action 2024! ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ครั้งแรกลงทะเบียนมาที่ 50 กว่าท่าน และครั้งที่สอง 40 กว่าท่าน
ปัจจัยสำคัญเริ่มต้นในการตั้งเป้าหมายให้ทำได้จริง
สิ่งที่สังเกตเห็นและมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญเริ่มต้นในการตั้งเป้าหมายให้ทำได้จริงมีอยู่ 2 ข้อ
1. ได้มีพื้นที่ตกผลึกและตั้งใจกับการทบทวนและตั้งเป้านั้นจริงๆ
จากสิ่งที่ผู้เข้าร่วมบอก พวกเขารู้สึกว่า การได้ตั้งใจมารวมกัน มาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน คือ สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด การเข้ามาเจอคนที่มีความคิดต้องการพัฒนาตัวเองเหมือนกัน มารับแรงบันดาลใจจากกันและกัน ทำให้มีสมาธิในการวางแผนไปพร้อมๆกัน
ดังนั้นหาก HR หากเข้ามาเจอบทความนี้ แนะนำว่าหากจัดเป็นเซสชั่นให้มาทำร่วมกัน ได้สร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของชุดคำถามให้ทวีคูณขึ้นไปมากกว่าการให้คำถามไปทำแค่คนเดียวค่ะ เพราะบางคนพอเจอชุดคำถามยาวก็ขี้เกียจจะเขียน จะตอบแบบตัวคนเดียวก็รู้สึกเหงาๆ การทำเซสชั่นนี้เป็นกลุ่มจึงมีประสิทธิภาพมากกว่านัก ทุกคำถามช่วยให้เราเข้าใจทิศทางชีวิต ลงลึกถึงความรู้สึก ความต้องการ มีความเข้าใจตนเองและสิ่งที่อยากทำจริงๆมากขึ้นค่ะ
2. มีความชัดเจนกับการตั้งเป้าหมาย
แอมตั้งใจทำ Worksheet สำหรับงานสัมมนานั้น เลยตั้งใจอยากนำมาให้ทุกคนที่แวะเข้ามาทักทายที่บล็อก สามารถคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อดาวน์โหลดไปได้ฟรี
ในตัว worksheet คำถามข้อสุดท้ายคือสิ่งต้องกลั่นออกมาจริงๆ ทุกคนควรเขียนวิธีการที่จะลงมือทำอย่างชัดเจนค่ะ คำตอบข้อนี้ จำเป็นต้องวางอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่ตั้งใจลงมือทำ เป็นสิ่งที่ทำได้ และวัดผลได้จริง เราต้องชัดเจนว่า คำว่า ‘บรรลุเป้าหมายของเรา’ คืออะไร จึงจะทำให้เราไปถึงเป้าแน่ๆ ค่ะ และเราต้องตั้งใจกับการตั้งเป้าของเรา ไม่ใช่ตั้งแป๊ปๆ แล้วก็ล้มเลิก นี่คือที่มาของคำว่า ต้องมีความชัดเจนกับการตั้งเป้า ถ้าขาดปัจจัยนี้ ก็จบเห่ค่ะ
พวกเราที่ชอบพัฒนาตนเอง คงคุ้นเคยกับการตั้งเป้าหมายเป็นอย่างดี SMART GOAL คงไม่ต้องพูดถึงว่ามันคืออะไร แต่แอมก็พบมากับตนเองในบางครั้ง ว่าเป้าที่เราตั้งไม่ได้เป็นตามที่มุ่งหวัง เราก็ไม่แน่ใจว่าทำไมนะ มันถึงไม่สำเร็จดังตั้งใจ และก็จะบอกตัวเองแค่ว่า
เออ ก็เพราะเราขี้เกียจแหละ -”-
แต่มันไม่ควรสุดทางตรงนั้นจริงไหมคะ เราควรจะมีวิธีการรับมือมันก่อนที่จะล้มเหลว
เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ใช่กับแค่ตัวเอง แต่กับเพื่อนๆด้วยหลายครั้ง จึงมาถอดบทเรียนแล้วก็พบกับ 3 ข้อสำคัญที่แอมคิดไว้เป็น Framework ชื่อ CPR (ชื่อย่อที่คิดขึ้นมาเล่นๆ จากประสบการณ์จากที่ทำงานเก่าค่ะ 😀 ) ที่เราต้องมีไว้เป็นวิธีการรับมือตอนเราตั้งเป้าค่ะ
CPR 3 ข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเวลาตั้งเป้าหมาย
C ย่อมากจาก Control
เป้าหมายที่เราตั้งนั้น ต้องเป็นเป้าที่เราสามารถควบคุมมันได้ การตั้งเป้าที่เป็นตัวเลข โดยเฉพาะ KPI เป็น การตั้งให้เกิดความท้าทาย เป็นเหมือนเส้นชัยที่จะไปให้ถึง เป็นสิ่งที่ทีมรู้ว่าต้องทำให้ได้เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน แต่ในความหมายของแอมนี้ เราจำเป็นต้องมีเป้าที่ control ได้ด้วยตัวเรา เช่น
- เราจะติดต่อลูกค้าจำนวน x คน เพื่อสร้างความเป็นได้ในการซื้อที่เพิ่มขึ้น
- เราจะสร้าง SOP ใหม่เพื่อโฟกัสการทำให้ลูกค้าประทับใจกลับมาหาเราอีกครั้ง
- เราจะเรียนรู้ทักษะใหม่เพิ่มเติม 1 อย่างใน 1 เดือน
เป้าที่เราควบคุมได้เหล่านี้ เป็นเหมือนจิ้กซอว์ตัวย่อย ที่จะทำให้เราต่อได้ภาพใหญ่ KPI ที่องค์กรหรือแผนกเราตั้งไว้ ความสำคัญของข้อนี้ เกี่ยวโยงถึงจิตใจด้วยค่ะ เพราะ เมื่อเราตั้งเป้าแล้วทำไม่สำเร็จบ่อยๆ เพราะเป้านั้นมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ก็จะเกิดความรู้สึกเบิร์นเอ้าท์ ท้อแท้ เหนื่อย หมดไฟ
P ย่อมาจาก Prioritize
เราต้องจัดลำดับความสำคัญ
‘If everything is important, nothing is’ เป็นคำพูดที่จริงยิ่งกว่าจริง ถ้าเราไม่รู้จักการจัดลำดับความสำคัญ
ความวุ่นวายบังเกิดแน่นอนค่ะ โฟกัสของเรา จะไม่มุ่งไปที่ที่สำคัญกับเราจริงๆ มันแตกระแหงซ่านเซ็น และสุดท้าย เราอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ ที่มันจะเปลี่ยนชีวิตเราได้
อยากชวนทุกคนว่า ต่อหนึ่งปีเราควรมีเป้าหมายที่สำคัญกับเราจริงๆ ไม่เกิน 3 สิ่งค่ะ เช่น
- เรียนจบอนุปริญญาสาขา xx
- สร้างสื่อความรู้ xx ในช่องทาง xx ให้ไปสู่คนมากที่สุด
- มีหุ่นและสุขภาพที่ดีที่สุดในชีวิต
เป้าหมายย่อยๆ ที่จะทำให้สู่เป้าหมายใหญ่ เราค่อยไปแตกใน action plan ที่เราทำรายวัน แต่เราต้องเข้าใจว่า สิ่งไหน คือ สิ่งที่มันสำคัญมากที่สุด โดยไม่ไปทำในเป้าที่มันไม่ได้สำคัญกับเรามากที่สุดค่ะ
R ย่อมาจาก Reconnect
ให้กลับมาทบทวนเป้าหมายของเราบ่อยๆ ถ้าให้แนะนำเลย คือ ทุกวันค่ะ เพื่อให้เรารู้ว่าเรามีความก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เป้าหมายนั้นมันยังสำคัญกับเราไหม แผนการณ์ที่เราวาง มันใช้ได้ไหมนะ หรือ ต้องเปลี่ยนแผนละ
วิธีการทบทวน เราไม่ต้องใช้เครื่องมือที่ยากเลยค่ะ แอมใช้การ journal (รูป journal) ทุกๆวัน แอมชอบใช้ planner ของ Just one club ค่ะ
มีคำพูดหนึ่งซึ่งแอมจำไม่ได้ว่าได้ยินจากใครครั้งแรก แต่เป็นคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตของแอมเลย เขาบอกว่า
‘If we fail to plan, we plan to fail’
พอลองมาเสิร์จดูภายหลังพบว่าเป็นคำพูดของคุณเบนจามิน แฟรงค์คลิน แอมเห็นด้วยกับคำพูดนี้จับใจ
เพราะได้ผ่านจุดที่ชีวิตไม่ได้วางแผนอย่างดี และแค่ใช้มันไปวันๆ ยังจำได้ว่า ถึงแม้เราจะอยู่ใน high paid job เราก็ไม่ได้รู้สึกเต็มอิ่ม มีความสุขกับการใช้ชีวิตจริง ด้วยว่าเราไม่รู้จักความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง และการไม่รู้จักการวางแผนที่ดี
หากดาวน์โหลดตัว Worksheet ไปแล้วมีข้อสงสัย หรือ เอาไปใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง อาจจะติดตามกันทาง Social media (link tree) แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
บทสรุป
ความเข้าใจตนเองเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน ถ้าสนใจวิธีการที่ช่วยให้ตัวคุณและทีมเข้าใจตนเองมากขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 6 คำถามพัฒนาศักยภาพทีมงานบริการโดยเริ่มต้นจากการรู้จักตนเอง
Victus People เราคือ Premier Partner ของ Insights Discovery ที่เดียวในประเทศไทย

