ทุกคนมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน มีความชอบไม่ชอบแตกต่างกัน มีมุมมองต่อโลกและรับรู้ข้อมูลแตกต่างกัน เมื่อต้องมารวมกันทำงานเป็นทีม เราจะเห็นว่าทุกคนมีจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งถือเป็นข้อดี การจัดการ กับ ความแตกต่าง ในวิธีการทำงาน จะช่วยให้ทุกคน นำจุดแข็งที่แตกต่างงัดออกมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทีมอย่างเต็มที่
พวกเรารู้ดีว่าการทำงานเป็นทีมที่มี ความแตกต่าง มีข้อดีอยู่เยอะมาก และหลายองค์กรก็ต้องการทีมที่มี ความแตกต่าง มากๆเพื่อไอเดียที่หลากหลาย และความคิดเห็นสดใหม่และไม่คล้อยตามตลอดเวลา แต่นั่นแหละ พวกเราก็รู้เป็นอย่างดีอีกว่า เราจะไม่สามารถนำจุดแข็งของทุกคนออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เลยหากเราไม่มี การจัดการ ความแตกต่าง หรือความขัดแย้งที่ดี
–
ความแตกต่าง คืออะไรบ้าง ?
–
ความแตกต่าง เกิดขึ้นเมื่อคนมากกว่าสองคนมีความไม่เห็นด้วย เข้าใจเรื่องราวในมุมที่แตกต่างกัน มีการรับรู้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่างกัน มีวิธีการแสดงออกแตกต่างกัน นี่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทีมทั่วไปในเกือบทุกที่ของทำงานเป็นทีม
–
ตัวอย่างของ ความแตกต่าง ทางบุคลิกภาพที่เรามักจะพบก็เช่น:
ความต่างวัยความคิดเห็นที่ต่างกันสไตล์การสื่อสารที่ไม่เหมือนกันวิธีการแสดงออกที่ไม่เหมือนกันความไม่เห็นด้วยในเรื่องส่วนตัววิธีการทำงานที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงจรรยาบรรณในการทำงานที่แตกต่างกันขาดความสามารถในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพความไม่สามารถเห็นภาพอื่นนอกจากภาพตัวเองได้
–
ถ้ายกตัวอย่างเรื่องราวที่พวกเราอาจจะคุ้นเคยกัน
–
คุณสมศักดิ์จากทีม A. เป็นคนที่ต้องมีข้อมูลเพียบพร้อม เพื่อการวิเคราะห์ที่แม่นยำมากที่สุดในการเริ่มต้นทำโปรเจ็ค ในขณะที่คุณซูซี่จากทีม B เป็นคนที่กล้าเสี่ยง มีความเชื่อในสัญชาตญาณและลงมือทำให้รู้ผลลัพท์ วิธีการคิดของทั้งคู่ไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความขัดแย้ง คุณซูซี่กลัวว่าถ้าลงมือช้าก็จะมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์และเสียโอกาส ในขณะที่คุณสมศักดิ์คิดว่าคุณซูซี่ใจร้อนผลีผลามและแค่ต้องการจะรีบทำงานให้เสร็จๆไป
–
นอกจากนั้น วิธีการที่ทั้งคู่ชอบใช้ในการสื่อสารก็มีความต่างกัน คุณซูซี่คุยเก่งและชอบให้มีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ แต่คุณสมศักดิ์ชอบใช้เวลาเงียบๆในการข้อมูล และวิเคราะห์ ชอบที่จะสื่อสารผ่านอีเมลหรือข้อความ ทั้งคู่มี ความแตกต่าง กัน แม้จะอยากให้การทำงานเป็นทีมสำเร็จลุล่วง แต่ทั้งยังคู่คงรู้สึกว่ายากที่จะทำความรู้จักกันเพิ่มมากขึ้นในระดับที่จะเรียกว่าเป็นเพื่อนร่วมทีมอย่างสนิทใจ
–
ถ้าเราดูจากตัวอย่างนี้ ก็จะเห็นแล้วว่า ความแตกต่าง ที่ทั้งคู่มี ส่งผลอย่างไรบ้างกับการทำงานเป็นทีม ซึ่งสิ่งที่จะช่วยแก้ข้อขัดแย้งและให้เกิดการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพได้ คือ การทำความเข้าใจมุมมองและวิธีการคิดของอีกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นการเปิดประตูให้ทั้งคู่สามารถใช้จุดแข็งของตนเองอย่างเต็มที่ในการทำโปรเจ็คให้สำเร็จลุล่วง
–
ลองมาดูกันต่อว่า เราจะมีวิธีการใดใน การจัดการ ความแตกต่าง ในทีมให้มีประสิทธิภาพ
–
วิธี การจัดการ กับทีมที่มี ความแตกต่าง
–
หลักสำคัญในการจัดการความขัดแย้งซึ่งมาจากความแตกต่าง คือ ทำความเข้าใจว่า สาเหตุที่แท้จริง คืออะไร ยิ่งคุณสามารถรู้จักบุคลิกภาพของคนในทีมของคุณมากเท่าไหร่ คุณจะสามารถจัดการทุกสิ่งได้ก่อนปัญหาจะเกิดได้ดีเท่านั้น
–
5 วิธี การจัดการ กับทีมที่มี ความแตกต่าง เพื่อให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพ
–
1.ให้โอกาสทุกคนแสดงความคิดเห็น
–
บางครั้งอาจจะมีเสียงๆหนึ่งที่ดังเสมอในที่ประชุม แต่ในฐานะหัวหน้าทีม คุณต้องหาช่องทางให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ในรูปแบบที่พวกเขารู้สึกปลอดภัย ถ้าไม่ใช่การพูดในที่ประชุม อาจจะเป็นช่องทางการเขียนบนแพตฟอร์มอย่าง Slack ในพื้นๆที่ทุกคนได้แสดงออกว่าคิดอย่างไร หรือว่าในช่วงการพูดคุย 1 ต่อ 1 ที่คุณสามารถจดบันทึกความคิดของทีมของคุณแต่ละคนได้อย่างละเอียด
–
2. สื่อสารทุกข้อมูลให้ชัดเจนกับทุกคน
–
บางครั้ง ความแตกต่าง ทางความคิดอาจเกิดจากข้อมูลที่ไม่ทั่วถึงหรือไม่ชัดเจน เกิดความเข้าใจผิดกัน ถ้าสร้างระบบการสื่อสารที่ทุกคนมีความชัดเจนว่าต้องทำอะไร จะช่วยลดภาวะการเกี่ยงงานหรือการทำงานที่มีความซ้ำซ้อน ข้อมูลในโปรเจ็คควรได้รับการสื่อสารอย่างทั่วถึง ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งในทีม และสามารถช่วยเหลือกันได้เมื่อต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สิ่งนี้จะช่วยให้การทำงานในทีมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแน่นอน
–
3. ตั้งเป้าหมายเดียวกัน
–
ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทุกคนรู้เป้าหมายและมุ่งมั่นไปทิศทางเดียวกัน ทุกคนมีความร่วมใจในการไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ความรู้สึกน้ำหนึ่งใจเดียวนี้จะลดความรู้สึกแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น แต่เปลี่ยนเป็นความสามัคคีและมองเห็นว่าแต่ละคนได้มีส่วนร่วมให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้อย่างไร
–
4. กระตุ้นให้เกิดการสื่อสารอย่างเปิดกว้างในทีม
–
สร้างวัฒนธรรมการพูดคุยกันอย่างเปิดเผย บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ให้ทุกคนได้มีโอกาสอธิบายที่มาที่ไปของความคิด และวิธีการของตนเอง ก่อนความแตกต่างเหล่านั้นจะก่อร่างสร้างเป็นปัญหา ถึงแม้การสร้างวัฒนธรรมนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาในการทำให้เกิดขึ้น แต่หากคุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ ก็จะทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมที่ไม่มีความขัดแย้ง
–
5. ทำความเข้าใจเพื่อนร่วมทีมและตนเองมากขึ้น
–
เมื่อคุณรู้จักตนเองมากขึ้นในระดับที่ลึกกว่าเดิม รวมถึงเข้าใจบุคลิกภาพ วิธีการคิดที่แตกต่างกันของเพื่อนร่วมงาน เข้าใจถึงสิ่งไหนที่กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ สิ่งไหนที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจ สิ่งไหนทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ปัจจุบันมีเครื่องมือทางจิตวิทยาที่สามารถบ่งบอกข้อมูลที่แม่นยำมากมาย ซึ่ง Insights Discovery คือเครื่องมือหนึ่งที่ได้รับการใช้อย่างแพร่หลายในยุโรปและอเมริกา ในองค์กรระดับโลก เช่น Microsoft, Merck หรือเครือโรงแรมดังอย่าง FourSeason
–
การทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ คือ ความฝันของเหล่าผู้นำทั้งหลาย เพราะนอกจากการที่เราจะประสบความสำเร็จในด้านผลลัพธ์ของงานแล้ว เรายังได้ความสุขและความสนุกในการทำงานร่วมกันอีกด้วย
–
Victus People มุ่งมั่นช่วยเหลือองค์กรในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความสุข มีแรงจูงใจ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ บรรลุเป้าหมายร่วมกัน
ติดต่อ Victus People วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกอบรม

