วิธีสร้าง High Performing Team l 5 Essential Elements to Build High-Performing Teams: A Complete Guide for Leaders

How to Build a High performing Team_Victus People

โลกจะไม่หมุนช้าลง สิ่งนี้เรารู้กันเป็นแน่ แต่มันขึ้นอยู่กับเราที่จะตัดสินใจว่า จะปรับตัวอย่างไรให้คง ‘ความเป็นมนุษย์’  ที่มีความมั่นคงทางจิตใจ มีความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งกันและกัน ในขณะที่ยังคงทำงานและดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในบทความนี้ เราจะพูดถึง 5 องค์ประกอบหลักที่ขับเคลื่อนทีมให้เป็น High Performing Team พร้อมเคล็ดลับที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้าทีม ผู้ประกอบการ หรือบุคคลที่ต้องการสร้าง credit เพิ่มให้ตนเองในที่ทำงาน

1. การรู้จักตนเอง (Self Awareness) คือ รากฐานของทุกสิ่ง

 

การรู้จักตนเองมักถูกเรียกว่า Meta Skill แห่งศตวรรษที่ 21 ส่วนประกอบสำคัญของทีม คือ บุคคลผู้ร่วมทีม เมื่อแต่ละบุคคนเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ตัวกระตุ้นอารมณ์ และผลกระทบของการกระทำของตนเองต่อผู้อื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งง่ายต่อการทำงานร่วมกัน ง่ายต่อการแก้ปัญหา และง่ายต่อการเติบโตไปด้วยกัน

งานวิจัยที่เป็นที่รู้จักโดย Judge & Bono (2001) พบว่าการประเมินตนเอง (Self Evaluation) อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem) ความเชื่อมั่นในตนเอง(self-efficacy) ความมั่นคงทางอารมณ์ (emotional stability) และการควบคุมตนเอง (locus of control) มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจในการทำงานที่สูงขึ้น

ที่ Victus People เราใช้ Insights Discovery เพื่อช่วยทีมสำรวจและตระหนักถึงบุคลิกภาพในแต่ละมุม พลังงานสี และรูปแบบการสื่อสาร เมื่อสมาชิกทีมรู้ว่าตนเองแสดงออกอย่างไร และผู้อื่นอาจตีความอย่างไร เป็นจุดเริ่มต้นของการได้เอาใจเขามาใส่ใจเราซึ่งส่งผลไปถึงการลดความขัดแย้ง และเปิดประตูสู่ความปลอดภัยทางจิตใจ (Team Psychological Safety)

Tip ที่นำไปปรับใช้ได้ทันที : จัดเซสชันการรู้จักตนเองเพิ่มเติมรายไตรมาสกับทีมไม่จำเป็นต้องจัดแบบเป็นทางการอาจเป็นเซสชั่นระหว่างมื้อกลางวันทีมที่ผ่อนคลายหรือการประชุมนอกสถานที่ก็สามารถกลายเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้ตกผลึกไปพร้อมๆกัน

ลองใช้คำถามเซ็ตนี้ดูค่ะ :

  • สิ่งใดให้พลังงานกับคุณในที่ทำงาน และสิ่งใดทำให้คุณหมดแรง?
  • เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพที่สุดในทีมนี้?
  • สิ่งหนึ่งที่คุณต้องการจากทีมเพื่อให้คุณทำงานได้ดีที่สุดคืออะไร?
  • Feedback หนึ่งที่คุณได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ที่ช่วยให้คุณเติบโตคืออะไร?
  • คุณชอบให้คนเข้าหาอย่างไรเมื่อมีความตึงเครียด?
  • ผู้นำแบบไหนที่ทำให้คุณเห็นสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณ?

[Download ลิสของคำถามได้ที่นี่ค่ะ Team Reflection questions]

กิจกรรมเล็กๆ นี้ อาจเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดที่คุณทำทั้งไตรมาสเลยก็ได้ค่ะ ลองเอาไปทำดูแล้วเล่าให้พวกเราฟังด้วยนะคะ

“Until you make the unconscious conscious, it will direct your life and you will call it fate.”

Carl Jung

 

2. ทีมที่มีประสิทธิภาพ (Team Effectiveness ): ทำให้การบรรลุเป้าหมายร่วมกันเป็นเรื่องง่าย

 

ทีมประสิทธิภาพสูงไม่ได้มีแค่คนฉลาดแต่มีความชัดเจนในวิธีการทำงานร่วมกัน

ความชัดเจนในสิ่งที่สำคัญ ความชัดเจนในวิธีการดำเนินงาน ความชัดเจนในวิธีที่ทุกคนปฏิบัติต่อกัน

ที่ Victus People เราแบ่ง Team Effectiveness Model ออกเป็น 4 เสาหลัก:

 

 

Team Effectiveness Model

 

โฟกัส (Focus) : ทีมรู้หรือไม่ว่าอะไรสำคัญจริงๆ?

ทีมไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากไล่ตามหลายสิ่งพร้อมกัน ทีมที่มีโฟกัสจะมี  การลำดับความสำคัญที่ชัดเจน และจับตามองผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างมั่นคง

งานวิจัยโดย McKinsey พบว่าทีมประสิทธิภาพสูงมี เป้าหมายและขอบเขตที่ชัดเจนเป็นแก่นหลัก ทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นและมีความขัดแย้งน้อยลง

 

🧠  Quick Tip: เริ่มการประชุมทีมด้วยการเน้นผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของเดือน

ถาม: มีอะไรขวางระหว่างเรากับเป้าหมายนี้หรือไม่?”

คำถามง่ายๆ นี้ช่วยให้ทีมคงโฟกัสและทิศทางที่ชัดเจน

 

การมีความลื่นไหลในกระบวนการ (Flow): ทีมเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกันหรือไม่?

Flow เป็นมากกว่าแค่ momentum แต่เป็นเรื่องของ พลังงานทางสังคมและการปรับตัว ที่ทำให้ทีมมีส่วนร่วม ทำงานร่วมกัน และมุ่งเน้นการแก้ปัญหา เป็นจิตวิญญาณของสีเหลืองสดใส ในการทำงาน ที่ไอเดียไหลลื่น และมีพลังงานเคลื่อนไปข้างหน้า

เมื่อทีมอยู่ใน Flow พวกเขาไม่เพียงทำงานแบบคู่ขนานกันไป แต่เป็นการ ร่วมสร้างสรรค์ พวกเขามีส่วนร่วมในการสนทนา แก้ปัญหาร่วมกันและเรียนรู้เป็นทีม เป็นจุดที่ทีมรู้สึกสบายใจ ที่ทุกคนร่วมมือร่วมใจ รู้สึกว่าความก้าวหน้าของทีมเป็นผลงานของทุกคน

แต่หากมีการติดขัด เพราะ หน้าที่รับผิดชอบแต่ละคนไม่ชัดเจน การส่งต่องานแบบไม่เรียบร้อย และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน แม้แต่กับคนที่เก่งและฉลาดที่สุดก็คงรู้สึกติดกับและหงุดหงิดได้

 

🧠 Quick tip:

สังเกตเมื่อทีมรู้สึกมีพลัง ดูว่าอะไรคือเหตุ ปัจจัยที่ทำให้เกิดบรรยากาศนั้นๆขึ้น ตั้งใจสร้างให้เกิด เหตุปัจจัยนั้นบ่อยขึ้น ด้วยกระบวนการที่ดีขึ้น ด้วยหน้าที่ ที่ชัดเจนขึ้น หรือด้วยความตั้งอกตั้งใจที่จะพูดคุยกันภายในทีม

 

บรรยากาศ (Climate) : คนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการยอมรับ และได้รับการสนับสนุนหรือไม่?

บรรยากาศคือสภาพแวดล้อมทางอารมณ์ของทีม เป็นพลังที่มองไม่เห็นที่กำหนดรูปแบบการแสดงตัวและการปฏิบัติต่อกันเมื่อสิ่งต่างๆ กลายเป็นเรื่องยาก

บรรยากาศคือสภาพแวดล้อมทางอารมณ์ของทีม เป็นพลังที่มองไม่เห็นที่กำหนดรูปแบบการแสดงตัวและการปฏิบัติต่อกันเมื่อสิ่งต่างๆ กลายเป็นเรื่องยาก

บรรยากาศทีมที่แข็งแกร่งไม่ใช่แค่การเป็นคนดีแต่เป็นความสามารถในการ รักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้ความกดดัน แสดงความห่วงใย สนับสนุนกันอย่างแท้จริง และเชื่อใจว่าทุกคนร่วมหัวจมท้ายอยู่ในทีมนี้ด้วยกัน

งานวิจัยที่มีชื่อเสียงของ Google Project Aristotle  พบว่าตัวทำนายอันดับ 1 ของทีมที่ประสิทธิภาพสูงไม่ใช่ทักษะหรือประสบการณ์ แต่เป็น ความปลอดภัยทางจิตใจ (psychological safety)  เมื่อคนเชื่อใจกันลึกซึ้ง พวกเขาทำงานร่วมกันอย่างเปิดเผยมากขึ้นและฟื้นตัวจากความล้มเหลวได้เร็วขึ้น

 

🧠 Quick tip: ทำให้การพูดว่าฉันยังไม่รู้หรือฉันต้องการความช่วยเหลือเป็นเรื่องปกติ เมื่อผู้นำเป็นแบบอย่างของความเปราะบางและความเคารพ จะเป็นการเปิดประตูอนุญาตแก่ผู้อื่นให้ทำเช่นเดียวกัน และทีมจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยกัน

 

กระบวนการ (Process): วิธีการทำงานของเราได้ผลจริงหรือไม่?

แม้แต่ทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ก็ตกที่นั่งลำบากเมื่อระบบการทำงานไม่ตรงกับความเร็วในการทำงาน หากทีมทำงานล่วงเวลาตลอด ผัดผ่อนการตัดสินใจ หรือมีการประชุมที่ไม่ได้คำตอบซะที แสดงว่า กระบวนการต้องการการรีเซ็ต ปรับเปลี่ยน ทีมที่มีประสิทธิภาพออกแบบขั้นตอนการทำงาน โดยความตั้งใจและเจตนา ไม่ใช่โดยความบังเอิญ

 

🧠 Quick tip: ทำการตรวจสอบการทำงานกับวิธีการทำงานประจำเดือน

ใช้คำถาม:

  • หากมีสิ่งหนึ่งที่เราควรหยุดทำคืออะไร?
  • กระบวนการใดที่เราสามารถทำให้เรียบง่ายขึ้นกว่าเดิมได้?

 

 

3. Resilience Mindset : การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยความคล่องตัวและหัวใจที่กล้าหาญ

 

จังหวะของการเปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์ปัจจุบันนี้จะไม่ช้าลง และทีมที่มีความยืดหยุ่น ไม่เพียงแต่มีความอดทน แต่ ปรับเปลี่ยน เรียนรู้ และเจริญเติบโต ความยืดหยุ่น (Resilience)ไม่ใช่ลักษณะบุคลิกภาพ แต่เป็น กรอบความคิดที่เรียนรู้ได้ มันคือส่วนประกอบของความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ความยืดหยุ่นทางปัญญา และการมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน

สูตรการเปลี่ยนแปลง (D × V × F > R)

ที่ Victus People เราใช้โมเดลการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังที่สอนในการพัฒนาองค์กร เวอร์ชันโดย Dannemiller

D × V × F > R โดยที่:

D = ความไม่พอใจกับสถานะปัจจุบันV = วิสัยทัศน์ที่น่าสนใจของสิ่งที่เป็นไปได้F = ขั้นตอนแรกที่เป็นรูปธรรมสู่วิสัยทัศน์นั้นR = ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง

 

 

Formula for Change_Framework

หากผลคูณของ D × V × F มีน้ำหนักมากกว่าความต้านทาน (R) การเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นไปได้และน่าจะเป็นไปได้

 

งานวิจัยเบื้องหลังความยืดหยุ่น (Resilience)

Studies แสดงให้เห็นว่าการเพิ่ม ความยืดหยุ่นทางปัญญา การควบคุมอารมณ์ และการทำงานร่วมกัน เพิ่มความยืดหยุ่นของการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทอย่าง Google และ Amazon สร้างวัฒนธรรมที่ยืดหยุ่นผ่านการทดลอง การให้ความเป็นอิสระ และการพัฒนาทักษะ เตรียมทีมให้ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

 

แนวทางปฏิบัติที่เริ่มทำได้เลยเพื่อสร้างความยืดหยุ่น (Resilience)

จัด session สั้นๆ ที่ทีมได้มีเวลาไตร่ตรอง และตกผลึกเกี่ยวกับความท้าทายล่าสุดและสิ่งที่ทีมเรียนรู้

ลงทุนในการพัฒนาทักษะ: ใช้ AI เพื่อช่วยเรื่องการลดความเครียด เมื่อเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เราจะมี resilience เช่น application อย่าง Muse, BetterUp

ทำให้ภาษาของการทดลองเป็นเรื่องปกติ เช่นมาทดลองกันหรือเราลองทำแบบนี้ดูไหม…” คำพูดเหล่านี้สร้างวัฒนธรรมของความอยากรู้และลดความกลัว

ในโลกที่ AI กำลังพัฒนาแบบก้าวกระโดด และเรื่องความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ ทีมที่มีกรอบความคิดที่ยืดหยุ่นไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่จะกลายเป็น ผู้นำ

ด้วยกรอบ D × V × F ทีมของคุณสามารถเคลื่อนจากติดขัดไปสู่การเปลี่ยนแปลง

 

🧠Quick tip : ในการสนทนาที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไป จัดโครงสร้างข้อความโดยใช้ D × V × F จากนั้นถามตรงๆ:

“แรงต้านทานใด / อุปสรรค ที่เราควรจัดการก่อน ?” คุณกำลังเสริมสร้างความเป็นเจ้าของให้กับทีม ให้ทีมคุณออกความคิดเห็นไม่ใช่ถูกบังคับให้เห็นด้วย

 

4. กรอบความคิดและนิสัยแบบ High Performer 

 

High performance ไม่ใช่แค่การระเบิดพลังงานหรือความสามารถเป็นครั้งคราว แต่เป็นเรื่องของลักษณะ นิสัยและกรอบความคิด ที่ทำซ้ำทุกๆวัน สิ่งนี้สร้างความเจ๋งให้คุณอย่างยั่งยืน

เป็นเรื่องของการมุ่งเน้นงานที่สำคัญไม่กี่อย่างที่ขับเคลื่อนความสำเร็จจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำตัวให้ยุ่ง

การรู้จัก นาฬิกาเวลาในร่างกาย ของคุณ ว่าคุณเป็นนกที่ตื่นเช้าหรือนกฮูกกลางคืน ช่วยให้คุณ กำหนดตารางงานสำคัญในช่วงพลังงานสูงสุด เพื่อผลกระทบที่สูงสุด

นอกเหนือจากประสิทธิภาพ เราเน้นเรื่อง การควบคุมและจัดการอารมณ์ เป็นทักษะความเป็นผู้นำหลัก framework  ของเราแนะนำแต่ละบุคคลให้:

 

  • สังเกตเห็นถึงสิ่งที่มากระตุ้นอารมณ์ได้รวดเร็ว

  • หยุด และ เปรับเปลี่ยน ก่อนที่จะตอบสนอง

  • ตั้งใจใข้การฝึกลมหายใจ และฝึกสติ เพื่อรักษาสภาวะอารมณ์ภายใต้ความกดดัน

 

ความสามารถในการควบคุมอารมณ์นี้ไม่เพียงช่วยให้คุณมี well-being  ส่วนตัวที่ดี แต่ยังยกระดับความฉลาดทางอารมณ์ของทั้งทีม

ตามการวิจัยที่เผยแพร่ใน Harvard Business Review ทีมที่จัดลำดับความสำคัญและจัดการบรรยากาศอารมณ์แบบมีประสิทธิภาพ ทำงานได้มีประสิทธิภาพและได้รับการมีส่วนร่วมกว่าทีมอื่นถึง 25%  ในขณะเดียวกัน การปรับตารางตามนาฬิการ่างกาย ได้แสดงให้เห็นการเพิ่มความสามารถในการโฟกัสและลดสภาวะการ burnout ได้

 

นิสัยเล็กๆที่คุณเริ่มต้นทำได้เลยภายในวันพรุ่งนี้ :

  • The 10-minute Daily Huddle: เริ่มต้นวันด้วยการถามทั้งทีมว่า “สิ่งที่สำคัฯที่สุดของเราในวันนี้คือ ?” “อะไรที่เป็นอุปสรรคของเราอยู่” “ความสำเร็จอะไรที่เราฉลองได้”

  • Energy Mapping:  จดบันทึกช่วงเวลาที่คุณสังเกตเห็นพลังงานของคุณ และจัดตารางงานที่สำคัญในช่วงเวลาที่คุณมีสมาธิและมีพลังงานมากที่สุด

  • Emotion Check-In: หยุดพัก 3 ครั้งต่อวัน เช็คอินกับอารมณ์ของตัวเองด้วยสเกล 1-10 หายใจเข้าออก หรือ การออกไปเดินด้านนอกเพื่อรัเซ็ตตัวเอง

การสร้างลักษณธนิสัยของคนที่เป็น High Performer ไม่ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องของ ชัยชนะเล็กๆ ที่สม่ำเสมอ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาทุกๆวัน ทั้งสำหรับตัวบุคคลและทีม

 

5. Executive Presence :นำด้วยความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือ และการมีความสัมพันธ์ที่ดี

 

การที่มีลักษณธบุคลิกของผู้บริหารไม่ใช่ลักษณะที่เกิดมาพร้อมกับตัวคุณ แต่เป็น ชุดทักษะที่สร้างขึ้นจากวิธีการแสดงตัว สื่อสาร และสร้างความสัมพันธ์ คุณจะสื่อสารด้วยอิทธิพลที่มากขึ้นเมื่อคุณรู้วิธี จัดการพลังงานให้ดี

การใช้ Insights Discovery ผู้นำทีมจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมตามธรรมชาติ จุดแข็ง และจุดอ่อนที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาใน Executive Presence

ตัวอย่าง ผู้นำที่มีพลังงาน Fiery Red สูงสามารถแสดงความมั่นใจและความเด็ดขาด แต่อาจต้องสร้างความสัมพันธ์โดยเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนดุดัน ในทางตรงกันข้าม ผู้นำที่ชอบใช้พลังงาน Earth Green เก่งในความเอาใจใส่และการสร้างความสัมพันธ์ แต่อาจต้องเสริมความมั่นใจและความเด็ดขาด

The 3 Circles of Presence (Patsy Rodenburg)

 

Patsy Rodenbury_Circles of Presence

วงกลม 3 วงของการแสดงออก (Patsy Rodenburg)

 

งานวิจัยอันโด่งดังของPatsy Rodenburg เรื่องการแสดงออก เราเข้าใจว่าการแสดงตนของผู้บริหารที่แท้จริงต้องสร้างสมดุลระหว่าง 3 วงกลมที่เชื่อมต่อกัน:

Personal Presence 1st Circle: ความสัมพันธ์ที่มีกับตนเองความสงบภายใน การควบคุมอารมณ์

Physical Presence 3rd Circle: วิธีที่ร่างกาย ลมหายใจ และพลังงานของคุณเติมเต็มห้องที่คุณอยู่ รวมไปถึง ท่าทาง ท่าทาง น้ำเสียง

Relational Presence 2nd Circle: การมีส่วนร่วมของคุณกับผู้อื่น เช่น การสบตา การฟัง ความเอาใจใส่ และการตอบสนองต่อผู้อื่น

ผู้นำที่ปรับพลังงานใน 3 วงกลมนี้ให้สอดคล้องกันจะสื่อ อำนาจและความเข้าถึงได้ ทำให้การสื่อสารมีผลกระทบเชิงบวกและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ตาม

เคล็ดลับสำหรับผู้จัดการใหม่

  • Build Confidence: ปลูกฝังการแสดงออกส่วนบุคคลผ่านสติ การฝึกฝน Mindfulness และการพัฒนาเตรียมตัว จดจำจุดแข็งจากโปรไฟล์ Insights ของคุณและนำมันมาสร้างนิสัยใหม่ๆให้กับคุณ

  • Earn Credibility: แสดงความน่าเชื่อถือได้โดยการทำตามสัญญา ความซื่อสัตย์เกี่ยวกับสิ่งที่คุณรู้และไม่รู้ และแสดงออกถึง กรอบความคิดการเติบโต (growth mindset)

  • Foster Connection: พัฒนาการสร้างความสัมพันธ์โดยการฝึกการฟังอย่างตั้งใจ ปรับการสื่อสารให้เข้ากับรูปแบบบุคลิกภาพที่แตกต่าง และแสดงความห่วงใยที่แท้จริง

🧠 Quick Tips:

  • Own the room: ก่อนที่คุณจะพูด ใช้เวลาสักครู่ยืนหรือนั่งตัวตรง สิ่งนี้ส่งสัญญาณความมั่นใจทันที

  • ใช้การหยุดที่มีจุดประสงค์: พูดด้วยการหยุดที่มีเจตนาเพื่อเน้นประเด็นสำคัญและให้น้ำหนักกับข้อความของคุณ

  • Anchor with eye contact: มองสบตา 3-5 วินาที เพื่อสร้างความไว้วางใจและสร้่งความสัมพันธ์

ลองเริ่มฝึกนิสัยนี้วันละอย่างสองอย่าง มันจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่สร้างอิทธิพลโน้มน้าวคนรอบข้างได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

สรุป

การสร้าง High Performing Team คือ การเดินทาง ไม่ใช่จุดหมาย  เริ่มต้นที่ การรู้จักตนเอง ออกแบบกระบวนการทำงานเป็นทีม มีกรอบความคิดที่ยืดหยุ่น (Resilience)  สร้างนิสัยประจำวันที่ส่งผลต่อ performance ของคุณ และสร้างพลังงานที่คนทั่วไปรับรู้ได้ว่าคุณมีความเป็นผู้นำที่แท้จริงและมีอิทธิพลต่อผู้อื่น

ข่าวดีก็คือ องค์ประกอบเหล่านี้ เรียนรู้และลงมือทำได้ เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ จัดเซสชันการรู้จักตนเอง (Self Awareness) ทำให้โฟกัสของทีมชัดเจน ใช้สูตรการเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ต่อไป สร้างนิสัยการจัดลำดับความสำคัญ และฝึกฝนการแสดงออกแบบผู้นำนะคะ

ทีมของคุณจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้น เร็วขึ้น และสร้างผลกระทบเชิงบวกที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น


📌 Victus People เราเป็น Insights Discovery partner ที่แรกและที่เดียวของประเทศไทย เราได้พาร์ทเนอร์กับบุคลากรในหลายๆองค์กรให้มาสเตอร์ 5 ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น นัดคุยกับเราเพื่อออกแบบวิธีการสร้างทีมของคุณให้เป็น High Performing Team ได้ที่  Click here.

แล้วพบกันค่ะ :]

.

.

#TeamDevelopment #LeadershipTraining #HighPerformingTeams #EmotionalIntelligence #InsightsDiscovery