วิธีพัฒนา EQ (ความฉลาดทางอารมณ์) ในที่ทำงาน สร้างผู้นำและทีมที่แข็งแกร่ง

วิธีการเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ในที่ทำงาน

วิธีเพิ่ม ความฉลาดทางอารมณ์ และฝึกฝน EQ

“เราโตแล้ว EQ มันพัฒนากันได้จริงๆเหรอครับ”

นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่เราได้รับบ่อยจากผู้เข้าอบรม และคำตอบคือ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) เป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ แม้ในวัยผู้ใหญ่

คุณ Daniel Goleman นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน คนแรกๆ ในการทำงานวิจัยนี้โดยตรงและเป็นผู้เริ่มใช้คำว่า Emotional Intelligence อธิบายว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น เรามักมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ใจเย็น รับฟัง และยอมรับมุมมองหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนา EQ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเราเริ่มตระหนักรู้และฝึกฝนอย่างเหมาะสม ซึ่งแตกต่างกับ IQ

และถ้ามองในบริบทของการเป็นผู้นำ Emotional Intelligence ก็ถือเป็นทักษะสำคัญมากเช่นกัน เพราะผู้นำไม่ได้ทำงานกับแค่งานหรือเป้าหมาย แต่ต้องทำงานกับ “คน” ด้วย สำหรับการเป็นผู้นำที่ใช้ทักษะการโค้ชนั้น Emotional Intelligence ถือเป็นหนึ่งใน 4 คุณลักษณะสำคัญของการเป็นผู้นำที่เป็นโค้ช (Leader as Coach) เพราะการจะรับฟัง ตั้งคำถาม เข้าใจผู้อื่น และช่วยให้คนในทีมเติบโตได้ ผู้นำเองก็ต้องเริ่มจากการรู้เท่าทันและจัดการอารมณ์ของตัวเองให้ได้ก่อน

ในชีวิตการทำงาน เราอาจเคยพบคนที่มีความสามารถสูงและเก่งในหน้าที่ของตนเอง แต่มีความโกรธเกรี้ยว โมโหง่าย เอาแต่ใจ จนบางครั้งเรามักมีคำพูดที่ติดปากประมาณว่า “เขาเก่งนะ แต่ดูจะ EQ ต่ำไปหน่อย” หรือ “เก่ง แต่เข้าสังคมไม่ค่อยเป็น” ฟังดูเหมือนเป็นคำพูดเบา ๆ แต่สำหรับคนที่ได้ยินก็คงเจ็บอยู่ไม่น้อย จริงไหมคะ

แล้วถ้ามองในมุมของวิทยาศาสตร์ ในช่วงเวลาที่เกิด Emotional Hijack จริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นในสมองของเรากันแน่?

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ Amygdala ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ limbic และทำหน้าที่คล้ายกับสัญญาณเตือนภัยของสมอง เมื่อสมองตีความข้อมูลว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “ไม่ปลอดภัย” Amygdala จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว

ในหนังสือ Emotional Intelligence ของ Daniel Goleman มีการอธิบายว่า Amygdala จะประเมินสถานการณ์ในลักษณะว่า สิ่งนี้จะทำร้ายเราหรือไม่? เป็นสิ่งที่เรากลัวหรือไม่? หรือเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบหรือเปล่า? ก่อนจะส่งสัญญาณให้ร่างกายตอบสนองต่อสถานการณ์นั้น

นักประสาทวิทยา Joseph LeDoux ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลที่สมองได้รับกับการทำงานของ Amygdala โดยพบว่าการตอบสนองในส่วนนี้สามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าการประมวลผลของ Neocortex หรือสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิดและใช้เหตุผล

และนี่เองเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บางครั้งเราเกิด Emotional Outburst หรือเผลอตอบสนองออกไปด้วยอารมณ์ก่อน เพราะในบางสถานการณ์ “อารมณ์” อาจวิ่งเร็วกว่าความคิดของเรา

วิธีเพิ่ม ความฉลาดทางอารมณ์ และฝึกฝน EQ

พวกเราน่าจะเคยเป็นกันบ้างแหละค่ะ ที่เผลอตวาดใครบางคนไปในช่วงเวลาคับขัน เพราะหยุดอารมณ์ไม่ทัน แล้วค่อยมารู้สึกผิดทีหลังว่า “ไม่น่าทำแบบนั้นเลย ให้ตายสิ”

จริง ๆ แล้วหน้าที่ของ Amygdala คือการช่วยป้องกันภัยให้เรา โดยจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความเกลียด ความเจ็บปวด หรือความกลัว

ข่าวดีก็คือ ถึงแม้ Amygdala จะทำงานได้รวดเร็วมาก แต่เราก็ยังสามารถฝึกตัวเองให้รับรู้และควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์กดดัน หรืออยู่ในภาวะเครียดที่ต้องตัดสินใจและหาทางออก เพราะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ควรยังเป็น “นายของตัวเอง” และเลือกได้ว่าจะตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร

ในบทความนี้ เราจะพูดถึง 4 ส่วนประกอบสำคัญของ EQ ที่พบในงานวิจัยหลากหลายชิ้น รวมถึงวิธีพัฒนา EQ และความฉลาดทางอารมณ์ในการทำงาน เพื่อช่วยให้เรารู้เท่าทันและจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่จะเกิด Amygdala Hijack จนเผลอแสดงพฤติกรรมที่เราอาจต้องมานั่งเสียใจภายหลัง หรือกลายเป็นเรื่องให้เพื่อนร่วมงานพูดถึง

นอกจากนี้ เรายังจะพูดถึงวิธีเปลี่ยนแปลงสภาวะอารมณ์ผ่าน Framework ง่าย ๆ ที่เรียกว่า M I N D ซึ่งพวกเราพัฒนาขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานด้านการควบคุมอารมณ์ (Emotional Regulation) ของ James J. Gross, PhD นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เพื่อให้สามารถนำแนวคิดเรื่อง การพัฒนา EQ ไปปรับใช้ได้ง่ายขึ้นในสถานการณ์จริงค่ะ

4 องค์ประกอบสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)

Model ของความฉลาดทางอารมณ์มีหลากหลาย แต่ยังคงแบ่งเป็น 4 หมวดใหญ่ คือ

  • Self Awareness หรือ การตระหนักรู้ในตนเอง คือการรู้ว่าเรากำลังรู้สึกอะไร รู้ว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาจากอะไร และมองโลกหรือสถานการณ์ตรงหน้าผ่านมุมมองแบบไหน นอกจากนี้ Self Awareness ยังรวมถึงการรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตของเรา และอะไรคือเป้าหมายที่เราอยากไปให้ถึง การรู้จักและเข้าใจตัวเองจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนา EQ 

โดยหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เราฝึก Self Awareness ได้ดีขึ้นคือ Insights Discovery ซึ่งช่วยให้เราเห็นรูปแบบพฤติกรรม วิธีการสื่อสาร และแนวโน้มในการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเราเข้าใจพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น เราก็จะเริ่มสังเกตได้ว่าอะไรคือจุดแข็ง อะไรคือสิ่งที่อาจส่งผลต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเราควรปรับตัวอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์

ที่ Victus People เราใช้ Insights Discovery เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจตัวเองและผู้อื่นได้ลึกขึ้น เพื่อให้การพัฒนา Self Awareness ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ “รู้จักตัวเอง” แต่สามารถนำไปต่อยอดกับการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการพัฒนา EQ ในที่ทำงานได้จริง

  • Self Management หรือ การจัดการอารมณ์ ในบางทฤษฎีอาจใช้คำว่า Managing Emotion ซึ่งไม่ได้หมายถึงการกดอารมณ์เอาไว้ แต่คือการยอมรับและเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงสามารถจัดการ ควบคุม หรือเปลี่ยนอารมณ์เหล่านั้นให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้ สำหรับ Framework ของพวกเราที่ชื่อว่า M I N D จะพูดถึงวิธีจัดการอารมณ์ผ่านสิ่งที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย เช่น การกลับมาดูลมหายใจ การเปลี่ยนอิริยาบถ การฝึกสติ และการฝึก Self Talk เพราะทั้งภาษากายและภาษาในหัวของเรา เมื่อรู้ทันแล้ว เราก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมันได้ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ที่สามารถนำไปฝึกได้ในชีวิตประจำวัน
  • Social Awareness หรือ การตระหนักรู้ทางสังคม คือความสามารถในการเข้าใจว่าคนรอบข้างเราอาจกำลังรู้สึกอะไร และสามารถแสดงออกว่าเราเข้าใจเขาได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับการมี Empathy เราสามารถฝึก Social Awareness ได้โดยถามถึงความรู้สึกของคู่สนทนา พยายามเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่นก่อนที่จะรีบตัดสินใคร และนึกถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำพูดและการกระทำของเรา โลกที่ AI พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบันอาจทำให้การเขียนและเรียนรู้สิ่งที่เราป้อนได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ AI ยังไม่สามารถทำได้เหมือนมนุษย์ คือการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกในแบบที่มนุษย์มีต่อกัน เมื่อเรารู้สึกอึดอัด ไม่ปลอดภัย หรือรู้สึกว่าถูกเข้าอกเข้าใจได้ ความรู้สึกเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์ด้วยกัน การฝึก Empathy จึงเป็นอีกทักษะสำคัญของ การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในการทำงาน
  • Relationship Management หรือ การบริหารความสัมพันธ์ ข้อสุดท้ายก็เป็นคำที่ง่ายดีค่ะ คือการแสดงออกว่าเราแคร์ การสื่อสาร และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นให้สามารถโน้มน้าวใจเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนได้ รวมถึงการที่สร้างทีมที่มีความกลมเกลียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Social Interaction ในที่ทำงาน เช่น การแสดงออกถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าเราสนใจ การทักทาย การยิ้มให้กัน การปฏิบัติกับคนอื่นในแบบที่เราอยากให้เขาปฏิบัติกับเรา การฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ฟังให้ผู้พูดได้รับรู้ว่าเราสนใจ มองหาส่วนที่เราสามารถซัพพอร์ตหรือทำอะไรร่วมกับผู้อื่น เพื่อการพัฒนาตนเองและเติบโตไปด้วยกัน

 

วิธีเพิ่ม EQ และแนวทางการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในที่ทำงาน

จุดเริ่มต้นง่าย ๆ คือ สังเกตอารมณ์ของตนเอง → สังเกตอารมณ์ของผู้อื่น → ฝึกการฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ → ฝึกเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสถานการณ์ต่าง ๆ

ถ้าเราตามทันอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว สิ่งถัดไปคือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสภาวะอารมณ์ หรือที่เรียกว่า Emotional Regulation ซึ่งพวกเราได้นำมาพัฒนาเป็น Framework ง่าย ๆ ที่ชื่อว่า M I N D โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนักจิตวิทยาชาวอเมอริกัน คุณ James J. Gross, PhD

  • M มาจาก Take a Moment หรือ หยุดสักนิดก่อนที่เราจะเข้าสู่สถานการณ์บางอย่าง เมื่อสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเราไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ ร่างกายอาจจะบอกเราด้วยอาการมือเย็น หัวใจเต้นแรง เหงื่อซึม เราต้องหยุดตัวเองก่อนที่จะพูดหรือทำการอะไรที่อาจจะทำให้เราเสียใจภายหลัง
  • I มาจาก Investigate คือการกลัยบมาถามตัวเองว่า ตอนนี้เรากำลังรู้สึกอะไรกันแน่ ความรู้สึกนั้นคืออะไร มันมาจากไหน และอะไรเป็นตัวกระตุ้นเรา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใช่สิ่งที่เราคิดจริง ๆ หรือไม่ และเหมาะสมไหมที่เราจะอยู่กับอารมณ์นั้นต่อไป การยอมรับว่าอารมณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว โดยไม่กดหรือปฏิเสธมัน ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการพัฒนา EQ
  • N มาจาก Navigate คือการที่เรา พยายามเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะอารมณ์ที่เหมาะมากกว่า ด้วยการเปลี่ยนสภาวะทางร่างกาย เช่น หายใจเข้าลึก ๆ เปลี่ยนอิริยาบถร่างกาย เปลี่ยนสีหน้า เปลี่ยนน้ำเสียง และ เปลี่ยนความคิด จิตใจเรา เช่น ใช้  Self Talk ว่า “มันโอเคนะ” ถ้าอารมณ์ คุ หรือ โกรธ หงุดหงิด ก็เปลี่ยนความคิด เอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงตอนที่ตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ถ้าอารมณ์ลบ กลัว กังวล ก็เปลี่ยนมุมมองของตนเองโดยการหาข้อดีในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อ navigate เปลี่ยนอารมณ์ได้แล้ว ก็จบด้วย
  • D มาจาก Direct คือการพาตัวเองเข้าสู่สภาวะอารมณ์ใหม่ สถานการณ์ใหม่ ไม่เก็บอารมณ์ขุ่นมัวอยู่กับเราไว้นานและไปสู่สภาวะอารมณ์ที่เราต้องการจะเป็นแทน เมื่ออยู่ในสภาะอารมณ์ที่มีพลัง เราจะทำทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีเพิ่ม ความฉลาดทางอารมณ์ และฝึกฝน EQ

สภาวะอารมณ์เป็นสิ่งที่ส่งต่อถึงกันได้ เหมือนเวลาที่เราชอบพูดกันว่า “วันนี้บรรยากาศดูมาคุจัง” “ดูอึมครึม” หรือ “ดูเดือด ๆ” นั่นแหละค่ะ คือความรู้สึกที่สามารถส่งต่อไปถึงคนรอบข้างได้ เป็นเหมือนพลังงานบางอย่างที่ทุกคนรับรู้ได้ แม้จะไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ

การกระทำและพฤติกรรมของเราส่วนใหญ่มักมีอารมณ์เป็นจุดเริ่มต้นก่อน ซึ่งอารมณ์ก็เชื่อมโยงทั้งกับความคิดและความรู้สึกของเรา ดังนั้น หากเราสามารถรู้เท่าทันและจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ก่อนที่จะต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งกับคนในที่ทำงานและคนรอบตัวนอกเวลางาน

เมื่อเดือนที่แล้ว แอมเองก็ได้ใช้โมเดลนี้มาปรับกับตัวเองเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นแอมมีความรู้สึกกังวล เพราะได้รับโอกาสให้เข้าไปซัพพอร์ตบริษัทที่มีขนาดใหญ่มาก ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือ “กลัว” และมีคำถามในหัวว่า “เราจะทำได้ไหมนะ?” ความกลัวนั้นมาจากความไม่แน่นอน และจำได้เลยว่าตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกนั้นนานหลายชั่วโมง

แอมพยายามเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการไปออกกำลังกาย ออกไปเดินข้างนอก แต่ความกังวลก็ยังไม่หาย เลยต้องต่อด้วยการใช้ Self Talk และพูดคุยกับทีม แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องให้ตัวเองฟังใหม่ว่า “เมื่อโอกาสมาถึง สิ่งที่เราทำได้คือทำให้ดีที่สุด และเมื่อเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยสิ่งที่ได้กลับมาก็คือบทเรียนที่มีค่าแน่นอน”

การจัดการอารมณ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ถึงแม้แอมจะผ่านประสบการณ์การสอนมามาก และผ่านการโค้ชผู้อื่นมาหลายร้อยชั่วโมง แต่พอถึงเวลาที่ต้องเจอกับสถานการณ์จริงในชีวิตของตัวเอง ก็ยังต้องใช้เวลากับมันพอสมควร

และแอมคิดว่านี่แหละคือความเป็นมนุษย์ของเรา ทุกคนน่าจะเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้เหมือนกัน ไม่มีใครแข็งแกร่งได้ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่ออารมณ์เกิดขึ้นแล้ว เราสามารถยอมรับมัน มองเห็นมัน และค่อย ๆ จัดการกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างไร ซึ่งนี่เองก็เป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และเป็นทักษะสำคัญของภาวะผู้นำที่ต้องอาศัยการฝึกฝนจากสถานการณ์จริง

เมื่อแอมเปลี่ยนความคิดใหม่เป็นว่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีบางอย่างให้เราเรียนรู้” ความรู้สึกก็ค่อย ๆ เปลี่ยนตามไปด้วย และสุดท้ายงานในครั้งนั้นก็ออกมาได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้จริง ๆ ค่ะ

หากสนใจเรื่องการพัฒนาคน การจัดการอารมณ์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถติดตามบทความจาก Victus People ได้เรื่อย ๆ นะคะ พวกเราไม่ใช่นักจิตวิทยาคลินิกหรือนักวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่เรานำมาแบ่งปัน มาจากทั้งประสบการณ์ที่เราได้ทดลองใช้จริงในการทำงานและการโค้ช ร่วมกับงานวิจัยและองค์ความรู้ที่เราศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

เพราะสำหรับพวกเรา เรื่อง “การจัดการอารมณ์” อาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย และเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจทั้งตัวเองและผู้อื่นได้ดีขึ้นค่ะ

VICTUS PEOPLE เราคือ Premier Partner ของ Insights Discovery ในประเทศไทย พวกเราเชื่อว่าการมี Self awareness คือ จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำที่ดี

วิธีเพิ่ม ความฉลาดทางอารมณ์ และฝึกฝน EQ

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางในการพัฒนา Self Awareness, EQ, การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันของทีม Victus People สามารถช่วยแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับบริบทและความท้าทายของแต่ละองค์กรได้ ติดต่อเราเพื่อพูดคุยถึงเป้าหมายและค้นหาแนวทางการพัฒนาที่เหมาะกับทีมของคุณไปด้วยกันค่ะ

อ้างอิง

Neocortex, https://en.wikipedia.org/wiki/Neocortex ,สืบค้น 20 พ.ค. 67

https://www.khanacademy.org/science/biology/human-biology/neuron-nervous- system/a/the-synapse

Book : Emotional Intelligence, Danial Goleman